เจอร์เก้น คล็อปป์ v ชเซ่ มูรินโญ่ นิยามของไม่เหมือนกัน

Published by:

ฤดูกาลนี้ เกมระดับ 6 ดาวของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังระทึก ''น้องขวัญ-อุษามณี'' อย่างเดิม แต่เพิ่มเป็นเสน่ห์กับสีสันของที่ปรึกษาข้างสนาม
อาร์แซน เวนเกอร์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่, พบร์เก้น คล็อปป์, อันโตนิโอ คอนเต้, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จับคู่ไหนมาจ๊ะเอ๋กันก็บะละฮึ่มทุกคู่ไปเวนเกอร์ แพ้คล็อปป์ แต่ชนะคอนเต้ เป๊ป กำราบมูรินโญ่ แต่ก็แพ้โปเช็ตติโน่ แบบราบคาบคล็อปป์ ทำร้ายพี่ใหญ่อย่างเวนเกอร์ ก่อนเสมอโปเช็ตติโน่ แล้วก็สอนมวยคอนเต้
อาทิตย์นี้มีอีกหนึ่งคู่ แถมไม่ธรรมดา เพราะลำพังคำว่า "แดงเดือด" ก็ไม่ได้อยากของฟรีอะไรก็ตามอีกแล้ว
แต่ในคืนวันจันทร์ นอกจากศึกที่เกียรติยศระหว่างลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด หางตาของแฟนบอลยังจำต้องรอชำเลืองดูแอ็กชั่นของสองที่ปรึกษา พบร์เก้น คล็อปป์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ว่ากันว่ามันหยดติ๋งไม่แพ้เกมในสนาม
คู่นี้ (คล็อปป์ กับมูรินโญ่) เคยเจอกันมาแล้ว 5 ครั้ง สี่หนแรกเกิดขึ้นบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลเดียวกัน 2012/13 สมัยคล็อปป์ เป็นที่ปรึกษาดอร์ทมุนด์ ส่วนมูรินโญ่ คุมทีมเรอัล มาดริด
สองยกในรอบแบ่งกลุ่ม ดอร์ทมุนด์ ของคล็อปป์ ชนะในบ้าน 2-1 ก่อนบุกไปเสมอที่เบร์ทุ่งนาเบว 2-2 จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม
เส้นทางทั้งคู่ยังโคจรมาเจอกันในรอบตัดเชือก แล้วก็ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นวีรบุรุษเหมาสี่ประตูให้เสือเหลืองยำใหญ่ 4-1 ในครั้งแรก
หลังเกมนั้น มูรินโญ่ สารภาพว่าสมาชิกแพ้ทุกบอร์ด ทั้งความเร็ว, แรงปะทะ รวมทั้งลูกบู๊ดุเดือด
นัดแก้ตัวในเมืองหลวงของสเปน เรอัลทำดีที่สุดด้วยการชนะ 2-0 แต่ไม่ดีพอ สกอร์รวมแพ้ 3-4
ต่อไปเส้นทางเดินของสองคนนี้ก็แคล้วคลาดมิได้กลับมาเจอกันอีกเลย…จนกระทั่ง
เมื่อคล็อปป์ ยอมหั่นเวลาพักร้อนของตนมารับงานที่แอนฟิลด์ ต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในช่วงต้นตุลาคมที่แล้ว
ส่วนมูรินโญ่ กำลังโหยกเหยกโหยกเหยกบนเก้าอี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ภายหลังออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างน่าผิดหวังท่ามกลางข่าวลือว่าห้องแต่งตัวร้อนระอุ
คล็อปป์ เริ่มงานสองครั้งแรกในลีกกับหงส์แดงด้วยการบุกเสมอสเปอร์ส 0-0 ก่อนโดนเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ตีเสมอ 1-1
บริเวณคนมั่งคั่งในเวสต์ ลอนดอน เป็นสถานีแห่งที่สามของเขา แล้วก็ลิเวอร์พูลFun88เปิดฉากได้เลวร้าย เป็นฝ่ายเสียประตูตั้งแต่สี่นาทีแรกจากราไม่เรส
แต่ต่อไป เครื่องจักรสีแดงยุคเมด อิน เยอรมัน เดินหน้าดำเนินการเต็มสูบ คูตินโญ่ ตีเสมอในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนคูตี้ กับเบนเตเก้ บวกเพิ่มเติมอีกคนละลูกให้หงส์แดงแซงกลับมาชนะ 3-1
นั่นเป็นการเผชิญหน้ากันหนสุดท้ายของทั้งคู่ มูรินโญ่ โดนปลดจากเชลซี ในธันวาคม แล้วก็ไม่มีงานทำมาครึ่งปี เพื่องานใหม่แถมใหญ่กว่าเดิมรวมแล้ว 5 เกมที่เจอกัน คล็อปป์ มีประวัติดีมากยิ่งกว่า ชนะ 3 เสมอ 1 แล้วก็แพ้หนเดียว
ถ้ามองวิธีทำทีม ไม่มีอะไรที่คู่นี้จะแตกต่างได้มากกว่าอีกแล้ว มูรินโญ่ ขึ้นชื่อลือชามาแต่ไหนแต่ไรว่านิยมของหรู แบรนด์เนม แล้วก็ถูกใจอะไรที่สำเร็จรูป ซื้แล้วใช้งานได้ในทันที โดยไม่เสียเวลา

เฉพาะซัมเมอร์นี้ ที่ปรึกษาโปรตุๆกีส ทุ่มเงินหมดไปราวๆ160 ล้านปอนด์ ได้มาสี่คน ปอล ป็อกบา, เฮนริค มคิทาร์ยาน, เอริก ไบยี่ แถม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไร้คุณค่าตัวด้วยซ้ำ
ส่วนคล็อปป์ จัดเป็นประเภทพ่อบ้านดี.ไอ.วาย ซื้อมาต่อเอง หรือเอาของเก่ามาสร้างใหม่ตามแต่จินตนาการจะบรรเจิด
ซัมเมอร์แรกในแอนฟิลด์ คล็อปป์ ใช้เงินน้อยกว่ามูรินโญ่ เกือบล้านปอนด์ ทั้งที่เขามีสิทธิ์ทุกสิ่งทุกอย่างจะช็อปปิ้งให้เต็มคราบ แล้วก็ถ้าคำนวณกับการขายนักฟุตบอลออกไป ปรากฏว่าลิเวอร์พูล ผลกำไรเฉียดฉิวๆ13 ล้าน
นี่ไม่ใช่การอวยไส้แตกอะไร เพราะหนสุดท้ายที่ลิเวอร์พูล ฟันเงินจากตลาดค้าขายนักฟุตบอล เราจำต้องย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อนที่ได้กำไรในช่วงซัมเมอร์ประมาณ 6 ล้านปอนด์ แล้วก็ 4 ล้านเมื่อรวมตลาดม.ค.
แต่ สโมสรได้กำไรเพียงแค่ 4 ล้านปอนด์ ทั้งที่เพลานั้น กดค่าตัวจากการขาย เฟร์นานโดร์เรส มาได้ตั้ง 50 ล้าน !
แนวคิดของคล็อปป์ ในการทำทีม ถูกสะท้อนผ่านความคิดเห็นต่อการซื้อป็อกบา ของแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติโลก 90 ล้านปอนด์ ที่เขาบอกว่า "ถ้าเป็นผม ผมคงทำแบบอื่น"
ก่อนถูกมูรินโญ่ โต้กลับทันควันว่ารู้เรื่องความรู้สึกของที่ปรึกษาทีมเล็กๆที่ได้แต่มองตาปริบ เพราะคงมีแต่ทีมระดับท็อปแค่นั้นที่จะปิดดีลซื้อป็อกบา
ในด้านของการผลิตทีม มูรินโญ่ ถูกวิภาควิจารณ์โดยตลอดกับทีมเก่าที่ผ่านมา ว่าไม่ค่อยมองเห็นหัวนักฟุตบอลที่ขึ้นมาจากศูนย์ฝึกฝนเยาวชนของสโมสร
ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่แฟนบอลได้มองเห็นตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่แล้ว ว่าเมื่อจังหวะแล้วก็โอกาสให้ เขาไม่ลังเลหรือรีรอที่จะโยนดาวรุ่งลงในสนาม
คู่นี้ มองผิวเผินประหนึ่งว่ามูรินโญ่ จับงานคุมทีมแบบเต็มกำลังเร็วก่อนคล็อปป์ สัก 4-5 ปี ถ้ามองจากกิตติศัพท์ที่แฟนบอลเริ่มต้นรู้จัก แล้วก็ถ้ามองจากอายุที่มูรินโญ่ แก่กว่าเกือบ 4 ปี
แต่เรื่องจริง คล็อปป์ เดินตามหลังมูรินโญ่ ต้อยๆไปสู่วงการนี้เพียงแค่ 5 เดือนแค่นั้น
มูรินโญ่ เริ่มต้นจากการเป็นล่ามแปลภาษา เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โบกปูนปูทางมาก่อนหน้าร่วมๆ6 ปี จนกระทั่งได้นั่งเก้าอี้เฮดผู้ฝึกสอนเบนฟิก้า ในก.ย. 2000
ในช่วงเวลาที่คล็อปป์ คลุกคลีอยู่ในฐานะนักฟุตบอลไมนซ์ จนตอนปลายใกล้ห้อยรองเท้า ก็ถูกโปรโมตขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาแทนคนเก่าที่โดนปลดในเดือนกุมภาพันธ์ 2001
11 ปีกับหน้าที่การเป็นนักฟุตบอล แล้วก็อีก 7 ปีบนเก้าอี้ผู้ฝึกสอน ไม่ทราบว่าหน้าสนามของไมนซ์ มีรูปปั้นให้คล็อปป์หรือเปล่า ถ้าไม่ล่ะก็คงใจร้ายน่าดู
แม้อายุงานห่างกันเพียงแค่ 5 เดือน แต่การบรรลุเป้าหมายระดับที่จำต้องสร้างห้องเก็บ ไม่ใช่เพียงแค่ตู้เก็บรางวัลของมูรินโญ่ ทำให้มองว่าเขาผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน แล้วก็อายุคงจะหลักหกเฉียดฉิวๆเจ็ดนำ
ไม่เลย มูรินโญ่ พึ่งจะ 53 แต่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดบริเวณน้ำ ทั้งลีกโปรตุเกส, อังกฤษ, อิตาลี รวมทั้งสเปน
นี่ก็เป็นความผิดแผกอย่างสุดขีดอีกเหมือนกันของสองคนนี้ มูรินโญ่ ไม่ค่อยอยู่เป็นที่เป็นทางนานๆจะว่าไปก็ไม่เคยคุมทีมไหนนานเกินสามปีสักครั้ง ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่ถูกใจสร้างตั้งแต่ฐานของปิระมิด ก่อนเสพความสุขจากการขึ้นไปยืนบนยอดด้วยความภาคภูมิกับผลงานที่ลงมือกระทำตั้งแต่หินก้อนแรก
7 ปีคุมไมนซ์ แล้วก็อีก 7 ปีกับดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ ยังเคยบอกว่าถ้าเป็นได้ เขาต้องการวางมือภายหลังปิด จ็อบที่ลิเวอร์พูล สะท้อนให้มีความเห็นว่าคล็อปป์ เป็นคนทำงานที่ละเอียดแค่ไหน การบรรลุเป้าหมายแบบจานด่วนอาจอิ่มท้อง บางคราวก็ไม่อร่อย
อีกหนึ่งความแตกต่างที่สัมผัสด้วยตาเปล่าได้ เป็นสไตล์การเล่น

ครั้งหนึ่ง โยฮัน ครัฟฟ์ เคยกล่าวว่ามูรินโญ่ เป็นผู้ฝึกสอนที่เนกาทีฟ แคร์แต่ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน และไม่สนว่าฟุตบอลจะทรงงาม มีเสน่ห์น่ามองหรือเปล่า
เด็กหงส์ทั่วโลกยังจำได้ไม่เคยลืมว่าเวลาที่มูรินโญ่ นำทีมเชลซี มาเยือนแอนฟิลด์ ในม.ย. 2014 แล้วก็ทำให้พวกเขาฝันสลายจากการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรก ทีมของมูรินโญ่ งัดแผนการ "ด้านมืด" ออกมาหยุด หฝ่าส์ ซัวเรซ แอนด์ วัว ถึงขั้นเก็บบอลเองเพื่อถ่วงเวลา ทุ่มช้าตั้งแต่นาทีแรกๆทำฟาวล์เบรกเกมถี่ยิบ แล้วก็อุดทั้ง 11 คนยากจนจนกระทั่งลิเวอร์พูล พลาดคุ้นเคย

ศึกช้างที่ปีศาจแดง

Published by:

ข้างหลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือสารภาพว่ามันเป็นข้อผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ในช่วงเวลาที่ โชเซ มูรินโญ ยืนยันปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรขึ้นอยู่กับสองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูเหมือนสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งตัว ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งคู่โค้ชที่ได้รับการสารภาพว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ล่วงเลยไป ถึงกับออกปากเช่นนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คคราวหลังจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถยกระดับตัวเองให้ก้าวไปยังกลุ่มที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้วัตถุประสงค์ของพวกเขาแจ่มกระจ่างยิ่งนัก ถึงแม้ว่าจะพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เวลานี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เพราะเหตุว่ากลุ่มบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วดูจากตัวเลข…ข้างหลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าสลดแล้วก็ท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมมิได้ยิงสักหนึ่งครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น ออกลูกสะเปะสะปะ ดินแดนกลางสู้คนพลังชายหนุ่มโมนาโกมิได้
เป๊ป ถูกถามว่าสกอร์ที่เหนือกว่า 2 ลูกเป็นความจำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ในที่สุดมันเกิดขึ้นที่ตรงนั้นเป็นดินแดนกลางแพ้ราบคาบดินแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง คือปัญหาใหญ่ของกลุ่มในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่ว่าพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ ทว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีใครคิดว่ามันเป็นเช่นนั้น ทุกคนคิดว่ามีแต่ว่าจะโดนเพิ่มหากออกมาทรงนี้ ความมั่นใจมันก็สวนกัน…ซิตี้ ต้องกลับมาพีคสุดๆไม่งั้นโดนถล่มเหลว
เกมดูดีขึ้นแต่ว่ากว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 โน่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่จะ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 หากว่ากันตามตรงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้จังหวะเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก แล้วก็หลังจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่มิได้ช่วยป้องกันอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
หัวข้อเป็นเกมรุกยังพอวางใจได้ว่าดี แต่ว่าพอเกมรับซึ่งยังไม่เปลี่ยนแปลงแล้วก็พร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว แล้วก็เมื่อดูภาพรวมๆรุกพอใช้ได้ ดินแดนกลางถ้าเช่นนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก ข้างหลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นกลุ่มที่คล้ายกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในกลุ่มไป
รับห่วยแตก รุกพอใช้ แบบนี้จังหวะไปถึงเป้าหมายมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเราเห็นเป็นราวๆนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ว่าลุ้นแชมป์คงจะยาก เพราะเหตุว่าความสมดุลของกลุ่มไม่มี มันขาดหัวใจสำคัญในกลุ่มไป เช่นเดียวกับกลุ่มที่รับดี…แต่ว่ารุกไม่ได้ช่องไปถึงเป้าหมายลดน้อยลง
เป๊ป สารภาพข้างหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถทำให้ลูกทีมเล่นแบบดุดัน กระด้าง แล้วก็มีเกมรุกที่ดีพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักฟุตบอล แต่ว่าเชื่อว่าในใจคงมีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงข้างหลังในขณะนั้นต้องการฟูลแบกใหม่เพื่อมาเพิ่มไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอคอยฟ หรือกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะติดกลุ่มชาติอาร์เจนติเตียนน่าก็ตาม

แผงข้างหลังนี่ชูแผง …จอห์น สโตน เองก็ต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา หากคาดหวังให้เขาคุมข้างหลังผู้เดียวเวลานี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีปัญหาในการเล่นเกมระดับค่อนข้างสูง ในช่วงเวลาที่ดินแดนกลางขาดตัวตัดเกมประสิทธิภาพไป
แนวรุกจัดว่าพอไปได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังมีโอกาสปรับตัวเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ในช่วงเวลาที่ ซิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วอ่อนล้า…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในแนวทางการทำกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะการก้าวไปครองแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้แกร่ง
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่ดูเฉยๆไม่ฮือฮาราวกับตอนซัมเมอร์ ที่มีความหวังมากไม่น้อยเลยทีเดียวข้างหลังการแต่ง โชเซ มูรินโญ คุมกลุ่ม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดบอลยูโรปา ลีก แล้วก็เหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ ผู้ดำเนินรายการรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องบีบีซี หลากหลายหัวข้อที่สำคัญสุดเขาบอกว่า "เรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ แล้วก็มันไม่ต้องขยายความว่าอะไรต่อให้มากไม่น้อยเลยทีเดียว
"ผมมีความคิดว่าเรายังไม่พร้อมสำหรับการครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะพากเพียร, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของกลุ่มยักษ์ใหญ่ แล้วก็สิ่งที่เราเป็นอยู่จริงๆณ เวลานี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันไม่เหมือนกับ 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้แจ่มกระจ่างในหัวข้อนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหมายระดับค่อนข้างสูงแล้วก็ต้องพากเพียรกระทำตนแบบจมให้ลง เพราะเหตุว่ามันจะอยู่ในข่ายกลายเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบงั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังจากได้แชมป์ลีกหนสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาดำเนินการกับสมาพันธ์ที่น่าโศกเศร้าใจ"อันนี้ว่าผู้ใดนะ…ทดลองอ่านกันดู เอาหลักๆเป็นเขาบอกว่า "หากเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ แล้วก็ ดินแดนนี เวลเบค"
เชื่อว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงมีความขัดแย้งจากแฟนผีแน่ๆเพราะเหตุว่า ดิ มาเรีย มาในตอนที่กลุ่มตกลงไปจากเดิม ในช่วงเวลาที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความชื่นชอบมากไม่น้อยเลยทีเดียวนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่ทว่าเชิงแทกติเตียนกแล้วแนวทางการขาย เวลเบค แล้วก็ ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ถูกใจ แล้วก็เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมกลุ่มเรอัล มาดริด แล้วก็ ดิ มาเรีย ก็กลับไปสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับกลุ่ม เปแอสเช เชื่อว่าหาก มูรินโญ อยู่กับกลุ่มเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมกลุ่มแล้วก็ใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า หากเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมกลุ่ม ซึ่งพวกเราเองสามารถทายใจได้ไม่ยากเพราะเหตุว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งขันแล้วก็การจัดกลุ่มลงเล่นทุกสัปดาห์พอจะนำชื่อมาเฉลยคำตอบกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทแล้วก็มืออาชีพมากพอที่จะไม่พูดถึงแล้วก็มันไม่ควรพูดถึง แต่ว่าผมเชื่อว่าไม่ใช่แฟนผีก็ทายใจได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมเชื่อว่าแฟนผีแล้วก็แฟนบอลทั่วไปต้องถูกใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสมาพันธ์ที่มีความยิ่งใหญ่มากมาย ไม่ควรต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อยั่วยวนใจนักฟุตบอลมาร่วมกลุ่ม"
เขาพูดถึง…อิบราฮิโมวิช ควรอยู่กับ กรุงปารีส, ป๊อกบา ควรอยู่กับยูเวนตุส แล้วก็ มคิทาร์ยาน ควรอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปหากนักฟุตบอลนึกถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก แล้วก็เขาเองรู้สึกแฮปปี้มากมายๆหากนักฟุตบอลตกลงใจไม่ย้ายมาเพราะเหตุว่ากลุ่มมิได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่มิได้นักฟุตบอลแบบนี้มาร่วมกลุ่ม
พูดง่ายๆว่า นักฟุตบอลจะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อแม้เดียวเป็นเพราะเหตุว่านี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่กลุ่มที่ต้องไปเล่นชปล. หรือมีโอกาสไปเล่น
จริงขอรับ…การพูดแบบนี้ไม่ใช่เอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แต่ว่ามันเป็นรูปแบบการทำงานของ มูรินโญ แล้วก็ผมเชื่อว่าโค้ชทุกคนต้องมีแนวทางแบบนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คงจะไม่ได้อยากนักฟุตบอลที่มาเล่นกับกลุ่มเพื่อ "เงิน" , เกียรติศักดิ์ หรืออะไรนักฟุตบอลจะมาเล่นกับกลุ่มนี้เพื่อ "สมาพันธ์ที่นี้"
มันยังไม่หมดยุคหมดสมัยหรอก…เพราะเหตุว่าตอนท้ายแล้วกลุ่มที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลก็จะใช้เงินซื้อนักฟุตบอลตลอดระยะเวลา ไม่สามารถดึงนักฟุตบอลที่มีความเข้าใจแล้วก็มีจิตใจอยากไปถึงเป้าหมายกับกลุ่มมาร่วมกลุ่มได้ ปัญหาของสองกลุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ในช่วงเวลาที่ เป๊ป บอกว่าไม่สามารถทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมตามที่เขาต้องการได้ แล้วก็กลุ่มคงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียง มูรินโญ มีรูปแบบการทำงานของเขาที่ยืนยันอย่างเห็นได้ชัดแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการนักฟุตบอลที่มีใจอยากมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะเหตุว่านี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

ลุ้นต่อไปไก่

Published by:

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มร้อนแรงในปี 2017 จริงๆ
ความมีชัยต่อวัตฟอร์ด ล่าสุด 4-0 ช่วงค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างลดลงเหลือ4 ปลดปล่อยให้เชลซีบีบคั้นหน่อยเดียวตอนดึก เมื่อจำเป็นต้องเยือนบอร์นมัธ
ความมีชัยล่าสุดเป็นแต้มที่ 32 จากความมีชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 นับจากม.ค.เป็นต้นมาแล้วก็ตารางชั้นของพวกเขาเป็นผู้นำฝูงในเดี๋ยวนี้…ว่ากันอย่างนั้นได้ปัญหาเป็นว่า…แล้วมันจะทันมั้ยนะครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีความหวังอยู่…แต่ในสนามบอลเมื่อดูไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักครั้ง พวกเขาแทบไม่พลาดในการเก็บความมีชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่แพ้เลยนะครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยผลงานของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นชนะ เกมล่าสุดก็เหมือนกันนี่เป็นเกมลำดับที่สามหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จุดหนึ่งที่เชลซีเพียงพอมีปัญหาให้เราเห็นเป็นพักหลังเสียประตูหลายครั้งครับ
อันนี้จำเป็นต้องมองว่า 7 นัดสุดท้าย อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมยังไงเพื่อลดการเสียประตู และลดความกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือแล้วก็เป็น title to loseทุกๆอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีบทบาทชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลื้มใจเป็นผลงานของทีมที่เกิดขึ้นในขณะที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บแล้วก็ฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนถึงกองหน้า มันดีเยี่ยม
คู่ฟูลแบกเกมล่าสุดเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กึ่งกลางเป็น เอริก ถางเอ้อร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง แล้วก็ช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มต่อเนื่อง
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ล่าสุด 11 ครั้งติดกันแล้วที่ชนะ เคยทำได้ยอดเยี่ยม 14 นัดเมื่อปี 1987 ในยุคของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำเป็นต้องจำได้เป็นอย่างดี เพราะว่าสเปอร์สเป็นทีมที่มีทั้งผู้จัดการ แล้วก็นักเตะตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงคู่กับ เอียน รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักเตะประเทศเบลเยี่ยมในทีมใครกันแน่จำได้บ้าง…..
คิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเพียงแค่นั้น เพราะว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลแล้วก็เชลซี ตอนนี้….มันสมน่าจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไรจะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะครั้ง
ในยุคของ เมาริซิโอ โปเชตตำหนิโนแฟนสเปอร์ส เพียงพอจะมีความต้องการถึงแชมป์ได้นะครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่แล้ว พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์น่าพิศวง ของลีกไปครองเหมือนกันนะครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ เพียงพอช มันมีความเจริญรุ่งเรือง
นักเตะชุดนี้เล่นเข้าขากันก้าวหน้า ขาดเพียงแค่บางนัด บางเกม ที่จำเป็นต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด จนทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่แล้ว แล้วก็ปีนี้ ทิ้งช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเลิกล้มความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดล่าสุด โปเชตตำหนิโน จัดทีมตามแทกตำหนิก แล้วก็ "แนวคิด" ของเขาแจ่มแจ้งเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์มคู่แข่งอย่างวัตฟอร์ด ที่มาย้ำรับแน่นอนๆไม่เสียประตูมาสองเกมต่อเนื่องกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี อาจจะไม่มีแผนสำหรับการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
เพราะฉะนั้น วินเซนต์ แยนเซน จึงจำเป็นต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่อาจจะยืนออกันหน้าเขตโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่เกื้อหนุน แยนเซนเป็นคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี แล้วก็ ซอน เฮือง ไม่น จะคอยช่วยทำเกมดินแดนสุดท้าย
แยนเซน อาจจะถูกบ่นว่าว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เพราะว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดโทษด้วย แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่อาจจะไม่ช่วยอะไรถ้าไม่สามารถปรับพฤติกรรมเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าสงสาร…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่ร้อนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่จู่โจม หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าหากมองจากเกมที่เกิดขึ้น เพราะว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะพลิกบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาที่ตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน มีโอกาส 3 ครั้งที่น่าจะมีรายชื่อเป็นผู้ทำคะแนน แต่เขาก็พลาดไปหมด …เป็นไม่มีข้อแก้ตัว ศูนย์หน้า จำเป็นต้องยิงประตู จะสร้างจังหวะ หาจังหวะ อะไรก็ตาม หรือสามารถประสานงานกันเพื่อนพ้องๆก้าวหน้า
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แต่สำหรับเกมนี้เขาเป็นแผนของ โปเชตตำหนิโน แล้วก็เขาสบโอกาสนั้น เขาจำเป็นต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่เขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน อาจจะทิ้งจังหวะทองไป…แต่แนวคิดของ เพียงพอช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกด้านหลัง แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ได้ออกจะดี สลับหมุนวนกันวิ่งไปๆมาๆหน้าเขตโทษวัตฟอร์ต จนได้โอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีสวยงามอย่างมาก
รับบอลจาก ซอน เฮือง ไม่น หน้าเขตโทษ แล้วปั่นโค้งแทงสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นแล้วก็สเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนที่จะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเอ้อร์ แล้วก็ปิดด้วย ซอน เฮือง ไม่น นอกเขตโทษอีก
แผนของ เพียงพอช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนใกล้เส้น 18 หลา ดินแดนกึ่งกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง คอยดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ สบโอกาสเล่นกับบอลมากไม่น้อยเลยทีเดียว
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เพราะว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น เพราะฉะนั้นประตูจากนอกเขตโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันแนวทางณ์ของ โปเชตตำหนิโน หมดแล้ว ลูก 4 แล้วก็การลงสู่สนามของ แฮร์รี เคน เป็นของฟรีว่าประสิทธิภาพของสเปอร์ส ขณะนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน แปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักเตะบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือทำให้เกิดผลเสียต่อเกมการเล่น โชคร้ายเพียงแค่ว่า…พวกเขามักจะหลุดในช่วงเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้าหากมองจากผลงานตั้งแต่ตอนแรกของซีซั่น 6-7 ครั้งแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 แล้วก็มีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม นั่นเป็นใกล้เชลซีที่สุดจนถึงช่วงค่ำวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแต่หลังจากเชลซีบุกเชือดบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มอย่างเดิม

ถ้าหากจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกนะครับ ผมว่าลุ้นอย่างนั้นยากเกินแล้วก็น่าพิศวงเหลือเกินถ้าเชลซีจะแพ้ใครกันแน่ 3 นัดใน 7 นัดสุดท้าย เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายดายเสียยิ่งกว่าแล้วก็มีทางเป็นได้
ผลเสมอสามนัดบางทีอาจโหยกเหยกต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่นอน เพราะว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แต่ช่วงดังกล่าว ไม่รู้เรื่องล่ะช่วงไหน สเปอร์สจำเป็นต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไร ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากยิ่งกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายเสียยิ่งกว่า แล้วก็จังหวะจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่เมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแต่ยังคงมีความหวังอยู่ครับ มิได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเป็นชนะในเกมต่อไป อย่างน้อยที่สุดในยุคของ เมาริซิโอ โปเชตตำหนิโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ ซิสเตอร์ได้มากยิ่งกว่าแฟนปืนแชมป์หรือเปล่าอีกหนึ่งเรื่อง…แต่ณ จุดนี้มันเป็นความเจริญรุ่งเรืองนะครับ
สเปอร์ส ซื้อนักเตะเสริมทีมจริงแต่ไม่ทุ่มทุนบ้าเลือดเสมือนทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่พอดี โค้ชก็ชายหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มเติมการบรรลุเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม จากแนวทางที่เดินมาถูกแล้ว
ตอนต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บความมีชัยต่อเนื่อง ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดสุดท้าย ก็จำเป็นต้องลุ้นต่อไปนะครับ

บิ๊กแมตช์ หงส์แดง vs ไก่

Published by:

บิ๊กแมตช์คงจะสุดสัปดาห์นี้…คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่ๆขอรับ…ในทางทฤษฏีเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลแล้วก็งานข่าว มั่นอกมั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายและนัดหมายล่าสุดด้วย…แต่ว่าเชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างแล้วก็ฟอร์มของเชลซี "จ่าฝูง" ที่ยังสม่ำเสมอ ไม่พลาดท่าอะไรกล้วยๆ
มีแต่ว่าสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าพบแชมป์ขึ้นทุกสัปดาห์
โอเคขอรับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่ช่วงชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าผู้ใดหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง อาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงในสนามพวกเขามีโอกาสตกไปอยู่ชั้น 6 เนื่องจากว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงในสนามก่อนเจอกับวัตฟอร์ด ถ้าเกิดเก็บสามแต้มได้ ซึ่งแน่ใจว่าช่องทางเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ซาตานแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดีกว่านั้นคือชั้นสี่ถ้าหากอาร์เซนอลในช่วงค่ำดันแพ้ฮัลล์ สิตี้ ติดอยู่บ้าน
ถึงจุดนี้บอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อไปได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครได้เปรียบด้อยกว่าเท่าไรนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมลุยเพื่อชัย เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ หากไม่เหนือกว่าเท่าไรนัก วางแทกตำหนิกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นเดียวกัน
จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะด้อยกว่ากลุ่มใหญ่มีเรื่องเดียวคือ "ความสม่ำเสมอ" อันมีสาเหตุมาจากศักยภาพของกลุ่มแนวลึก ที่คงจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้คือความต่าง แต่ว่าถ้าหากเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ เพียงแค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ตกรอบ ชนะไปต่อ วางแทกตำหนิกแบบนี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้เช่นเดียวกัน
แบบอย่างมีให้เห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กท้ายตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือบอลยุคโมเดิร์น ที่ศาสตร์บอลปรับปรุงกระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ว่าถ้าหากจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละขอรับที่แยกระดับของกลุ่มได้แจ่มชัด แล้วก็เราก็เห็นกัน…
ตอนนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาพบกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเจอหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในยุคของ เจอร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างจากยุค เบรนดัน รอดเจอร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…ตั้งแต่แมื่อปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังไม่ชนะผู้ใดในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน และผลงานที่เลวทรามที่สุดตั้งแต่แมื่อหมดสมัยของ รอดเจอร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ต้นว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

เจอร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองวางเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ต้น แต่ว่าพอ 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำจ่าฝูงแล้วก็กระทำตนเป็นกลุ่มที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความหวังให้กับแฟนหงส์แล้วก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรราวนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าหากจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมคิดว่ามันคงจะไม่ใช่แล้วละครับ เนื่องจากว่าความจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ แล้วก็จุดมุ่งหมายเดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 ครับผม

ว่ากันตามตรง…อย่างที่เราทราบกัน แมนฯสิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส แล้วก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดเดาแล้วก็จัดเรียงเอาไว้แบบนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิมในจุดนี้ แล้วก็การลุ้นยากลำบากเหมือนที่้คาดหวังกันเอาไว้แต่ก่อน แล้วก็ใน 14 นัดหมายที่เหลือมันคือการยืนยันว่าพวกเขาจะได้ที่สี้ไหม แล้วก็จำเป็นต้องแย่งชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นตอนแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…เจอร คลอปป์ จะแก้ปัญหายังไงในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่อาจถูกปรับปรุงหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อเกมรุกแคบ ทำอะไรคู่แข่งขันมิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้โดยทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่เพิ่มขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกตำหนิก" เกมรับของคู่แข่งขันในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลกเปลี่ยน แล้วก็เกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่มากมาย บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสสิง เนื่องจากว่าไม่เคยรู้จะเพรสอะไร มีแต่ว่า พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…คือมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ว่าผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกตำหนิกเกมรับ

อย่างที่เห็นคือพอหาปากทางเข้าเขตโทษมิได้ และก็ไม่จบด้วยการยิง แล้วพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เนื่องจากว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองปกป้องมิได้ ก็โดนลงอาญาโดยทันที ทำให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมาตั้งแต่แมื่อปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งคำถามแล้วก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนครับผม สะเหร่อ บอกไล่ออก แล้วก็ขอแปลงผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคสมัยใหม่เหล่านี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนใหญ่เสียเชื่อ…โหวกเหวก จะแปลงผู้ฝึกสอน โหวกเหวก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรขอรับ…พวกคุณมึง

เกมนี้ไม่ต้องวิจารณ์อะไรมาก…แล้วก็เราก็ยังไม่รู้ว่าบอสเจเค จะแก้ปัญหาเกมยอมรับได้ดีขนาดไหน เนื่องจากว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงตอนนี้ มีจุดแข็งก็คือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่เน้นย้ำเกมรับ

นั่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสสิง ดำเนินงาน…แต่ว่าจะเห็นผลหรือไม่เพราะสภาพจิตใจเด็กหงส์ตอนนี้หมดหวังแล้วก็ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่นไปเยอะ

เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดเพียงแค่เกมบางเกมที่พวกเขาเหมาะชนะกลับไม่ชนะ ดันพลาดเสมอ แล้วก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกลุ่มเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเช่นเดียวกัน

ถ้าหากถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่มุ่งหวังอะไร

บอกตามตรงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้ติดอยู่บ้านได้อีก เนื่องจากว่าเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ แล้วก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เยี่ยมเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่เคยรู้ มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นประตูเข้าไปหรือไม่

จุดเปราะบางมันเยอะ…

ถามว่ากี่เกมแล้วขอรับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไม่มีเหตุผล ของบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งขันเพียงแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ แล้วก็พอเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แต่ว่าไม่มีช่องให้เจาะ เนื่องจากว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆดังเช่นครอสจากด้านข้าง , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากด้านข้างยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เนื่องจากว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานทีปีหน จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากถูกจับทางได้ แล้วก็แนวทางนี้ใช้ได้ผลเพียงแค่ 50% ความมากมายหลายไม่มีเท่าไรนัก เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่แตกต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมคิดจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันก็แค่…สเปอร์ส มีดีกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า รากฐานที่ตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้เกิดวิกฤติการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าหากพลาดจะกลับมาชนะในเกมถัดไปโดยทันที ไม่มีพลาดตลอดแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าหากเทียบกันแล้วในช่วงเวลานั้น จุดด้อยของหงส์แดงที่มาเพิ่มคือ "ขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่น" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ ช่องทางบกพร่องมีสูง ช่องทางแพ้มีมากมายก่ายกอง ช่องทางชนะมีน้อยโดยทันที

ด้วยเหตุดังกล่าว…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง แล้วก็เกมรุกจะมีไอเดียเยอะขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม และขั้นตอนการเล่น…เล่นด้วยความศรัทธาว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงๆเงอะงะๆกันไป

2 สเปอร์ส เองเจอกลุ่มในกลุ่มทอป 6 จำเป็นต้องสอบได้ให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับแก้อะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ แล้วก็ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์แล้วก็ไก่ ขอรับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เนื่องจากว่าคู่นี้เท่ากันหมดทุกประการในเกมบอล ณ เวลานี้

11 นัดสุดท้าย

Published by:

เสียงแผดเสียงแฟนบอลเชลซีดังสนั่นหวั่นไหวสนามโอลิมปิก ''พวกเรากำลังจะครองแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยรวมทั้งยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือจุดมุ่งหมาย"

พูดอย่างนี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมทีมจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากพวกเขามีทีมตัดแต้มขั้นต่ำปีละ10 นัด

สหายๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกครั้ง จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันเป็นงานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของทีมในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง เว้นเสียแต่พบศึกชานเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี คือทีมที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ มากที่สุด 118 ครั้ง สูงที่สุดในบรรดาทีมร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัด แล้วก็นี่อาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาทำงาน

จัดแจงเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

เวสต์แฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส คราวก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ในเวลานี้ทีมลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 ทีมรวมทั้งเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์แฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนภาคเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะบอกว่าเป็นคล้ายรังสิต อาจคิดภาพออกครับผม

ด้วยเหตุผลดังกล่าว 8 นัดใน 4 ทีมที่จำเป็นต้องพบคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งนั้น 15 แต้มจากชัยชนะ 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่ว่าแพ้สองกลุ่มนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับมิได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดชนะพาเลส, เวสต์แฮม ไปกลับ เหลือเกมสุดท้ายในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นกับแต้มคราว

เชลซีสะดุดนิดหน่อย

Published by:

ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เกิดเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ในทันที สถานะการณ์ขณะนี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเสมอกันเป็นกลุ่มสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าชิงตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกครั้งม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมคืนวันพุธ …เป็นถ้าเกิดสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะทำให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯสิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แม้กระนั้นเมื่อโปรแกรมออกมาอย่างงี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และก็แมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงสนามนัดหมายนี้ก็มีแรงกดดัน ความตึงเครียดกันบ้าง หลังจากพ่ายคริสตัล พาเลส คาบ้าน มันเหมือนมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดน้อยลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะอย่างงี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจพบกลุ่มใหญ่อย่างแมนฯสิตี้ แม้กระนั้นเอาเข้าจริงๆจุดบอดของสิตี้ มากมายเลย และก็เชลซี ก็ไม่จะต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายกว่า
แม้ย้อนไปดูผลงานในเกมที่แพ้พาเลส คงจะโทษใครกันแน่ไม่ได้เว้นเสียแต่เกมรับของตนเองที่ เสียสมาธิและก็ออกลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากเกินไป
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แม้กระนั้นได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างงี้มันมีเกิดขึ้นแน่ๆปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ ต้องปรับก่อนต่อกรกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯสิตี้เป็น…อย่าพลาดท่าเสียประตูก่อนเดี๋ยวจะกดดันตนเองเปล่าๆเกมที่เจอกับพาเลส มันเป็นแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่รู้จักเนื้อรู้ตัว
ด้วยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ ควรต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เนื่องจากจะว่าไปเกมรับเชลซีอย่างไรก็ยังดูเหนียวกว่าแมนฯสิตี้ ล้นหลาม ด้วยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาติชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจควรต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกับ เปโดร และก็ เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับพฤติกรรมผู้เล่นในดินแดนกลางเท่านั้น ผมเดาใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เนื่องจาก ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาติช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างงี้ ฟาเบรกาส เป็นประโยชน์ เนื่องจากอย่างไร แมนฯสิตี้ ไม้่มีหนทางและก็กลุ่มเป๊ป คงจะต้องเล่นเกมรุกเข้าหา หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าเกิดถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ กระทั่งบุกเข้าหายิ่งเข้าทางโต้กลับเชลซีเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกใครกันแน่ลงสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นแบกขวา เกมนี้ดินแดนกลางอาจควรต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ขณะนี้ลอตเตอรี่ในเกมรุกจะไปออกที่ใครกันแน่ต้องนั่งดู
ดาบิด สิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนแผ่วไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม และก็ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของกลุ่ม กุน อเกรโร หน้าเป้าดังเดิม ถ้าเกิดให้เดาใจ เป๊ป คงจะพัก สิลบา เนื่องจากตำแหน่งบางทีอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เนื่องจากเกมนี้ต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกลางนั้นเองครับ
จัดแบบไหน…แนวความคิดของ เป๊ป คงจะเฝ้าบ้านไม่ได้ละครับ ต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เนื่องจากพวกเขาอยากชัยชนะมากยิ่งกว่า อยากยิงประตู ถ้าเกิดมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอ
เป๊ป คงจะเน้นย้ำเกมพาสสิง เข้าหาบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ด้วยเหตุนี้จุดนี้จึงเป็นการฉกฉวยพื้นที่ดินแดนกลางว่าใครกันแน่จะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กลางรุกของสิตี้ คือ เดอ บรอยน์ และก็จะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย ควรต้องเจอกับ อาซาร์ ให้ปวดศรีษะเล่น งานนี้สู้กันเผ็ดร้อนรุนแรง และก็เกมมีลัษณะทิศทางจะออกมาดุเดือดเลือดพล่านอย่างแน่นอนถ้าเกิดเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯสิตี้ ไม่สามารถเจาะแนวรับเชลซีได้ แม้กระนั้นสิ่งที่น่าวิตกเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะต่อกรกับ คอสต้า และก็ อาซาร์ ได้อยู่ นั่นและก็ เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา เร็ว จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯสิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งสองฝั่ง แม้กระนั้นเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันไม่ได้ แม้กระนั้นเกมนี้มีความแตกต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ และก็รัดกุมกว่า เรือใบ ตรงนี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อมองมายังเกมรับของตนเองที่พึ่งเสียให้ปืนไปสองลูก
รับประกันว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่ๆครับ แล้วถ้าเกิดเสียก่อน ผมมั่นใจว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายล่าสุดอีกแล้ว นั่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แม้กระนั้นคราวนี้ถ้าเกิดเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดเป็น เป๊ป จะทำให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมเยอะที่สุดได้เช่นไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเติมเมื่อรุก ดูผลงานในลีกแล้วต้องสารภาพว่าเกมรับของทุกครั้งมโดนกันหมดถ้วนหน้า ด้วยเหตุนี้ เป๊ป ต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อต่อกรกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งหมด

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมมีความคิดว่าคงจะไม่มีชะตากรรม หรือการตัดสินบกพร่องอะไรมามีผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกติกของผู้ฝึกสอนสองฝั่ง และก็ผมมองว่า คอนเต้ ต้องจี๋จุดบอดแมนฯสิตี้ เป็นทำยังไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง และก็ตอกย้ำซ้ำเติมความสะเพร่าที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่ๆแล้วเป็นกลุ่มในกรุ๊ปทอปที่เสียประตูมากมาย…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เพียงเท่านั้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังหละหลวมขนาดนี้ กระทั่งพื่้นที่ ชปล. บางทีอาจจะวืดได้

 

คู่หยุดโลก ที่ 227

Published by:

 

สถิติบอกว่าลิเวอร์พูล ชนะ 90 เสมอ 70 เอฟเวอร์ตันชนะ 66

มีตัวเลขเชิงสถิติปัจจุบัน 12 แมตช์ในลีกปัจจุบัน "หงส์แดง"ชนะ 5เสมอ 7 ในขณะที่ฉันดิสัน พารฺค และก็ แอนฟิลด์ 6-7 ปีแล้วที่ทอฟฟี ยังไม่อาจจะเดินผ่านสแตนลีย์ พาร์ค มาแออัดความพ่ายแพ้ให้ลิเวอร์พูลถึงที่บ้านได้เลย

เคยมีสถิติอันยาวนานแบบงี้มั้ย….

ย้อนไปไปเมื่อปี 1978 (เซอร์) บ๊อบ เพสลีย์ คุมกลุ่มหงส์แดงเคยไม่ปราชัยทอฟฟี เมน ทั้งในและก็นอกบ้าน นานถึง 13 แมตช์ในลีก เริ่มสมัยของ บ๊อบ เพสลีย์ นั่นเองครับผม

ปีนี้ถือว่าใกล้เคียง…ครั้งปัจจุบันที่หงส์แดงแพ้เอฟเวอร์ตันเกิดขึ้นที่ฉันดิสัน พาร์ค ปี 2010 พอๆกับหงส์แดงยังไม่ปราชัยเอฟเวอร์ตันนาน 12 แมตช์ อันนี่เป็นสถิติเฉพาะในลีก นะครับ ไม่นับรายการอื่นๆถ้าเกิดบอสเจอร คลอปป์ ทำได้อีกหนึ่งแมตช์
ตัวเลขนี้เสมอกันสมัยเจริญก้าวหน้า 13 นัดหมายในลีกที่ไม่แพ้ทอฟฟี เมน

จะเกิดขึ้นหรือยุติลง….คำ่วันพูดปดทราบผล

อีกหนึ่งสถิติที่ดูแล้วน่าดึงดูดกว่าเฉพาะเกมลีกในแอนฟิลด์นั้น 20 นัดหมาย "หงส์แดง" ไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนานถึง 18 ปี หรือเกือบจะสองทศวรรต ครั้งปัจจุบันที่แพ้เป็นปี 1999 ทอฟฟี บุกมาชนะถึงแอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 1-0

ต่อจากนั้นพวกเขาเจอทอฟฟีในแอนฟิลด์ 16 เกมชนะ 8 เสมอ 8 ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่แฟนทอฟฟี เองไม่ปลาบปลื้ม ราวกับอาถรรพ์ร้ายถ้าฟาดลำแข้งกันที่แอนฟิลด์

ยอดเยี่ยมเป็นแบ่งคะแนนกลับไป

โอเค…อดีตไม่มีความจำเป็น ตอนนี้สำคัญที่สุด นับจากเดือนมกราคม 2017 มีความเคลื่อนไหวศักราชใหม่เป็นปีสัตว์ปีก ปรากฏว่าทอฟฟีโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมเอามากๆตรงกันข้ามกับหงส์แดง ที่ย่ำแย่ กว่าจะชนะในลีกได้คอยนานยาวนานหลายสัปดาห์

ทอฟฟี ของโรนัลด์ คูมัน กดไป 23 คะแนน ลูกากู พีคสุดๆนำดาวซัลโว คอยส บาร์คลีย์? กลับมาเป็น บาร์คลีย์ คนเดิม มีส่วนกับเกมรุกและก็สร้างช่องทางยิงประตูสูงที่สุดในลีกปริมาณ 67 ครั้ง ในตอนที่เกมรับดูมั่นคงแน่นหนาขึ้น พลาดยากเสียยาก

ทอฟฟี ทอปฟอร์ม…หงส์ กว่าจะหลุดพ้นวิกฤตการณ์ก็ย่างเข้ามีนาคมที่พวกเขาไม่แพ้คนไหนในลีกชนะ 2 เสมอ 1 จากสี่เกมที่ลงสนาม

การทอปฟอร์มของ ทอฟฟี ทำให้เจ้าบ้านกลุ้มใจบ้างหรือไม่????

แต่…..วลีอมตะสำหรับเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้เป็น …"ไม่มีฟอร์ม" หมายถึงผลงานก่อนหน้านี้เก็บไว้ข้างสนามเพียงแค่นั้น เพราะวันจริงสำคัญที่สุด ด้วยแคแรกเตอร์ของ ดาร์บี้ ญาติทะเลาะกัน มันเข้มข้น ดุดันอีกแบบหนึ่ง

เวลาญาติทะเลาะกันเนี่ย…ถ้าเกิดร้ายก็ร้ายสุดๆมันราวกับอยากเอาชนะกันซะมากกว่าอื่นใด อันนี้เป็นธรรมชาติของเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ไม่เหมือนกับเกมเมืองเดียวกัน เมืองอื่นในอังกฤษ เพราะธรรมชาติของการก่อให้เกิดสองสมาพันธ์นี้มันมีความขัดแย้งกันในจุดเริ่ม

แอนฟิลด์ ในขณะนี้ครั้งก่อนเป็นสนามของเอฟเวอร์ตัน ก่อนย้ายไปเพราะเรื่องการขึ้นค่าเช่าที่ ทอฟฟี จากไป จึงก่อกำเนิดลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ขึ้นมา พึ่งครบรอบ 125 ปีไปเมื่อ 15 มี.ค.ก่อนหน้านี้

การลำดับที่สองสมาพันธ์มีจุดเริ่มในแอนฟิลด์ เช่นกันแบบงี้ มันได้มีผลต่อวิถีชีวิตครอบครัวฟุตบอลของชาวเมืองลิเวอร์พูลที่ถูกเรียกว่า "สเก๊าเซอร์"

หนึ่งบ้านเสียงแตกหนุ่ม บิดาเชียร์หงส์ แม่ทอฟฟี หรือลูกหงส์ , ลูกทอฟฟี หายากที่จะทั้งบ้านเชียร์กลุ่มเดียวกันหมด ขนาดบ้าน สตีเวน เจอร์ราร์ด คุณลุงของเขายังเชียร์เอฟเวอร์ตัน ตัวเขาเองโดนแกล้งให้สวมเสื้อเอฟเวอร์ตัน ตอนยังไม่รู้ความ แต่ว่าเขาเชียร์ลิเวอร์พูล

อารมณ์ญาติที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องบอล….

โต้เถียงกันน้ำลายแตกแยกขัดแย้งละครับเมื่อวันเสาร์มาเยี่ยมและก็มีเกมดาร์บี้ แมตช์ …ผมเข้าไปอ่านในหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูล เอคโค่ เห็นได้ชัด ชาวทอฟฟี กับ เดอะ พูล มีชีวิตชีวาและก็ตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทอฟฟี เมน ที่ทอปฟอร์ม อยากเจอหงส์แดงเร็วๆ

อารมณ์ ความรู้สึก ความกระหายในเกมหรือ แพสชั่น มันบิลด์ อัพมาทั้งอาทิตย์เพื่อเกมใหญ่ของชาวเมืองลิเวอร์พูลทุกคน หากว่าเมืองนี้มีกลุ่มบอล 3 กลุ่ม ทรานเมียร์ โรเวอร์ส อีกครั้งมหนึ่ง แต่ว่าดูท่าพวกเขามีอาณาเขตนอกเมืองไปทางฝั่งเวลส์ซะมากกว่าท้องถิ่นใจกลางเมืองลิเวอร์พูลที่มีทั้งสีน่ำเงินและก็แดง

อันนี้ก็แตกต่างจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ ชาวสิตี้ อยู่ในเมือง ชาวอสุรกายแดง อยู่ขอบๆอะไรแนวๆนี้

ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ เป็นรสชาติของญาติทะเลาะกัน ต่อปากหลากคำกันอย่างสนุกสนาน ดุดัน และก็มีเรื่องมีราวได้ตลอดระยะเวลา

เรื่องแพสชั่นของแฟนบอลสองกลุ่มนี้เมื่อจำเป็นต้องมาปะทะกันระหว่างสแตนลีย์ พาร์ค ไม่ต่้องห่วงครับผม มีมากมายดังเดิม เอาเรื่องฟุตบอลดีมากยิ่งกว่าครับผมว่ามันจะยังไง เพราะเกมนี้มาผิดจังหวะมากแค่ไหน

สภาพกลุ่มไม่พร้อมกับคู่

กลุ่มเยี่ยมขาด เชมัส โคลแมน ที่ขาหักแบบน่าหวาดผวา , มอร์กาน ชไนเดอร์ลิน เจ็บชวดลงเล่นแน่ๆ ฟูเนส มอริ ก็มิได้ลงเล่นพอๆกับขาดกึ่งกลางตัวตัดเกม, เซนเตอร์ และก็หามขวาจอมบุกไปจากกลุ่ม

ปัญหาของ คูมัน อยู่ที่เกมรับล้วนๆ

ตัวตายตัวแทน…จะทำหน้าที่ได้ดิบได้ดีขนาดนั้นไหม มันมีความลังเลใจเกิดขึ้น เซนเตอร์หามไม่มีปัญหาเพราะ มอริ พักหลังสำรอง แทรกตำแหน่ง แอชลีย์ วิลเลียมส์ กับ ฟิล จากิลก้า มิได้ หามขวานี่แหละสำคัญ จำเป็นต้องไปตามดาวโรจน์มาลงสนามแก้ขัดราวกับทีแรกๆ น่าจะเป็น เมสัน โฮลเกต ส่วนหามซ้าย เลห์ตัน เบนส์

กึ่งกลางรับนี่แหละที่ ชไนเดอร์ลิน พลาดลงสนาม….เอ็งเรธ กางร์รี เข้าๆออกๆจะยืนแทน น่าจะเล่นกับ อิดิรสซา "กานา" เกอเย่ โดยมี เควิน ไม่ราลาส, คอยส บาร์คลีย์ และก็ ทอม เดวิส ที่ฟอร์มสดเหลือเกิน ช่วยเหลือ ลูกากู ดาวซัลโว 21 ประตู

สรุป…ทอฟฟี มีปัญหาเพียงแค่แผงข้างหลังกับกึ่งกลางรับ แต่ว่ามั่นใจว่า คูมัน จัดการกับปัญหานี้ได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลนั้น เจอร คลอปป์?ทำได้เพียงแค่คอยเชคสภาพร่างกายของแนวรุกที่ไปรับใช้ชาติมาทั้ง คูตำหนินโญ ที่เล่นสองเกมติดต่อที่บราซิล และก็ ฟีร์มีโน มั่นใจว่าล้าแน่ๆ จุดนี้ ในตอนที่ข่าวร้ายของเด็กหงส์ตั้งยาวนานหลายวันแล้วคือ อดัม ลัลลานา นักเตะที่เล่นยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้ของชาวหงส์ เจ็บ…

ขาด ลัลลานา แดนกึ่งกลางจำเป็นต้องปรับอีก และก็ยิ่งไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตลอดไปแบบงี้ เอมเร ระเบียง ไม่มีผู้ใดชิงตำแหน่งเขาได้เลย การเล่นคู่กับ จีนี ไวนัลดุ้ม บางทีอาจต้องมีการปรับตัวรุกลงมาเพิ่ม

หมายถึง โอริกิ คงจะจึงควรวิ่งลงสนามตัวจริงทำเกมกับ มาเน, ฟีร์มีโน และก็ คูตำหนินโญ เป็นแบบ 4-2-3-1 อะไรทำนองนี้ ส่วนแนวรับก็คงจะมิได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายหน้าเก่าๆอย่างที่เห็นกันว่ามีคนไหนบ้าง

แทกตำหนิกละครับ

ถ้าเกิดใส่แบบไม่ยั้ง…อันนี้ก็สนุกสนานละครับ คนไม่ใช่น้อยบางทีอาจจะบอกว่าเสร็จเด็กหงส์ เพราะถูกใจเกมแบบงี้ แต่ว่าเชื่อเถอะยี่ห้อ คูมัน และก็การมี ลูกากู ในแนวรุก ผมว่าอันตรายครับผมเมื่อเราดู ลูกากูW88แล้วเทียบกับกองหลังหงส์แดงที่มีอยู่

คูมัน จะไม่เล่นดุดัน ผมว่าเขาย้ำเชิง ย้ำแทกตำหนิก เล่นเพื่อไม่แพ้เกมนี้แล้วหวังชนะ

โอเค 10 ทุ่งนาตอนแรกตอนตั้งหลัก ตั้งเกมนั้นก็คงจะวิ่งเข้าพบกันตามสไตล์ แต่ว่าพอเพียงเกมเริ่มสงบ ฝุ่นที่ตลบเริ่มจางลง เราคงจะเห็นการเล่นแบบรัดกุมของ ทอฟฟี เพราะทางที่จะลงทัณฑ์หงส์แดง ไม่ยากเลยครับผม

เล่นราวกับ 12 กลุ่มที่หงส์เก็บแต้มได้ไม่เยอะแยะเท่าที่คิด

ทอฟฟี ไม่ต้องอุด ไม่ต้องรับลึก เล่นรักษาเชป ย้ำความรัดกุม คอยพลาดแล้วสวนกลับ นักเตะอย่าง บาร์คลีย์, ไม่ราลาส และก็ เดวิส พร้อมจู่โจมเร็วให้ ลูกากู

ถ้าเกิดบุกแลก…อันนี้ก็บางทีอาจเสี่ยงได้หากว่า…นักเตะหงส์คนไม่ใช่น้อยเดินทางไกลไปเล่นกลุ่มชาติมา แต่ว่ามั่นใจว่า คูมัน ไม่ดูประเด็นนี้มากสักเท่าไรนัก เพราะเขาย้ำเพลย์ แทกตำหนิก ย้ำเชิง ย้ำคะแนน และก็ลุ้นชนะด้วยครับผม

จุดนี้…น่าเป็นห่วงชาวหงส์ด้วยเหมือนกัน

ผมยังเห็นว่าพลังต่ำลงแน่นอนเล่นกลุ่มชาติก็หนักหน่วงในแนวรุก มันจะทื่อๆทั้ง ฟีร์มีโน และก็ คูตี้ ดูแล้วใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มกำลังแน่ๆ

แบ่งแต้งมีสูงนะครับปีนี้ และก็สถิติเสมอกันของสองกลุ่มนี้ในแอนฟิลด์ ก็ไม่น้อยเลยครับผม มันเป็นครึ่งเดียวของปริมาณนัดหมายที่พวกเขามาเยี่ยมในรอบ2 ทศวรรต เป็นไม่เสมอก็หงส์ชนะ อย่างละ 50% นั่นเป็นมีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่

มีการตั้งข้อสังเกตว่าหงส์แดงหนักแน่แม้เป็นเจ้าบ้าน

เพราะเอฟเวอร์ตันไม่ใช่กลุ่มกรุ๊ปทอป 6 ที่หงส์แดงมักเก็บแต้มเป็นประจำ ด้วยเหตุผลดังกล่าวช่องทางพลั้งเผลออีกรอบมีสูง เพราะหงส์เล่นกับกลุ่มต่ำลงยิ่งกว่า 6 ลำดับแรกในลีก ชอบมีผลงานที่ไม่ดี เกมนี้ ไม่ต้องแพ้หรอกครับผม

ผลเสมอ….เด็กหงส์ก็จำเป็นต้องรู้ร้อนรู้หนาวววกันบ้างครับผม

"อสุรกายแดง" แมนฯยูไนเต็ด มาเคาะประตูหน้าแล้วนะครับ ถ้าเกิดเสมอเที่ยวนี้หายไปอีกสองแต้ม

ที่ 4 บางทีอาจโยกไปอยู่เมืองแมนเชสเตอร์

เกมนี้หนักสำหรับ เจอร คลอปป์ และก็หงส์แดงจำเป็นต้องชนะ ซึ่งผมเห็นว่าพนันเกมนี้ ไม่ง่ายเลย และก็มีโอกาสชวดสามคะแนนสูงด้วยเช่นเดียวกัน

อ่า……ซีซั่นหงส์แดงใกล้ถึงผลสรุปเต็มแก่

ตกลงจะมีลุ้นไปชปล. ไหม ผมเห็นว่าถ้าเกิดชนะเอฟเวอร์ตันเกมนี้มิได้ เจอร คลอปป์ เมื่อยล้าแน่ๆ…และก็ช่องทางหมดลุ้นมีเยอะแยะ

แล้วยิ่งถ้าเกิดแพ้ทอฟฟีขึ้นมา….

เดี๋ยวจะได้ยินเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงโค้ชดังระงมไปทั่วแอนฟิลด์ จนกระทั่งโดนแฟนผีล้อเลียนว่า "โหวกเหวก ก็เปลี่ยนแปลงโค้ช โหวกเหวกก็เปลี่ยนแปลงโค้ช" ด้วยเพราะเดี๋ยวนี้มีการตั้งปัญหาจากแฟนหงส์เล็กน้อยแล้วว่า เจอร คลอปป์ ในความเป็นจริงแล้วไม่เก่งนี่หว่า

เบี่ยงโคเนรีเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน อัลเลกรี

Published by:

เบี่ยงโคเนรีเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก อาร์แซน เวนกอร์ นายใหญ่ของอาร์เซนอลที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ โค้ช ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ

บาร์เซโลน่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากอาร์เซนอล

Published by:

 

บาร์ซ่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนสแปนนิชเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน ฟูลแบ็คความเร็วแสงของ อาร์เซนอล มารวมทีม

 

ฟูลแบ็ควัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมสโมสรปืนใหญ่ต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว

ผอ.กลัดบัคปัดขาย ดาฮูด ให้เสือเหลือง

Published by:

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด มิดฟิลด์อนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ ดอร์ทมุนด์

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมดอร์ทมุนด์ แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นทีม

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับมิดฟิลด์ตัวเก่งต่อไป